
“สื่อสารความเป็นไทยให้กลายเป็น “จุดขาย” ในการออกแบบบูธ“
ในการออกบูธนิทรรศการหรือบูธแสดงสินค้าระดับนานาชาติ “ความเป็นไทย” คือหนึ่งในอาวุธที่ทรงพลัง แต่ปัญหาคือผู้ประกอบการหลายคนมักมีความรู้สึกว่า ความเป็นไทยดูคุ้นเคย จำเจ หรือถูกนำเสนอในรูปแบบเดิม ๆ
สำหรับ Buyer และผู้เข้าชมงานชาวต่างชาติ ความเป็นไทยกลับกลายเป็นสิ่งที่แตกต่าง และน่าสนใจ เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงที่มา ตัวตน และคุณค่าของสินค้า หากเราสามารถถอดเอกลักษณ์แบบไทย ๆ มาผสมผสานกับดีไซน์สากลได้ บูธของคุณก็จะไม่ใช่การนำเสนอความเป็นไทยในภาพจำแบบเดิม ๆ แต่กลายเป็นจุดขายที่สร้างโอกาสทางธุรกิจไปสู่นานาชาติได้
ความเป็นไทยแบบไหน ที่ Buyer ต่างชาติมองหา?
ในสายตา Buyer ต่างชาติ สินค้าที่มาจากประเทศไทยไม่ได้ถูกมองแค่ในมิติของราคา แต่ยังเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ในหลายด้าน เช่น
- แหล่งวัตถุดิบคุณภาพ
- งานหัตถศิลป์และความประณีต
- วัฒนธรรมการผลิตที่มีเรื่องราว
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของประเทศ
บูธจึงไม่ใช่แค่พื้นที่โชว์สินค้า แต่คือพื้นที่สื่อสารตัวตนของแบรนด์และประเทศต้นทาง การออกแบบบูธนิทรรศการหรือบูธแสดงสินค้าที่ดี จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยนำเสนอให้ Buyer เข้าใจได้ทันทีว่าสินค้านี้มาจากไหน และแตกต่างอย่างไรจากตลาดอื่น
3 แนวทางออกแบบบูธ พลิกโฉม “ความเป็นไทย” ให้สะกดสายตา Buyer ต่างชาติ
1. เล่นกับ Materials & Textures สะท้อนรากวัฒนธรรมไทย
การเลือกวัสดุคือวิธีสื่อสารที่ทรงพลัง ลองหยิบวัสดุและพื้นผิวที่บ่งบอกถึงภูมิปัญญาไทยมาใช้เป็นส่วนประกอบในการออกแบบูธ วัสดุเหล่านี้ช่วยสร้าง first impression ที่ต่างชาติสัมผัสได้ทันทีถึงความละเอียด ประณีต และความตั้งใจในการผลิต เช่น
- การใช้ดินเผา ไม้ไผ่ หวาย ผ้าไทย เส้นใยธรรมชาติ ช่วยสื่อถึงภูมิปัญญา งานคราฟต์ และความอบอุ่น
- ผิวสัมผัสแบบงานจักสาน สิ่งทอ หรือแฮนด์เมด ช่วยสร้างความรู้สึกเชื่อมโยงกับงานชุมชนและความประณีต
- การผสมวัสดุดั้งเดิมกับโครงสร้างแบบโมเดิร์น อย่างอะลูมิเนียม กระจก หรือปูนเปลือย ทำให้ความเป็นไทยดูร่วมสมัยและสากล
2. Visual Design ที่บอกความเป็นไทย แบบไม่ต้องอธิบายเยอะ
หัวใจสำคัญของการออกแบบบูธ คือการทำให้ Buyer รู้ทันทีว่านี่คือ Product of Thailand โดยการใช้งานกราฟฟิค และการจัดวางองค์ประกอบภายในบูธที่สามารถทำหน้าที่เล่าเรื่องแทนคำพูดได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายยาว ๆ เช่น
- ลองใช้โทนสีที่มาจากธรรมชาติ หรือกลุ่ม Earth Tone อย่าง สีคราม สีอิฐแดง หรือสีเขียวใบตองแห้ง ผสมเข้ากับสีของแบรนด์ แต่ยังคงคุมโทนให้ใช้สีไม่มากเกินไป ช่วยเสริมความพรีเมียม
- นำรูปทรงของสถาปัตยกรรมไทย หรือลายไทย เช่น เส้นสายของจั่วบ้าน ความโค้งของศาลา มาลดทอนให้เหลือเพียงเส้นสายที่เรียบง่ายสะอาดตา
- ใช้การเล่าเรื่องผ่านภาพวิถีชีวิต แหล่งผลิต หรือกระบวนการ นอกเหนือจากการโชว์แค่สินค้า และสามารถเลือกใช้ฟอนต์ภาษาอังกฤษที่มีความโค้งมน หรืออ่อนช้อยแบบไทย ที่จัดวางให้อ่านง่าย
3. Interactive Experience สร้างประสบการณ์ที่ลืมไม่ลง
ดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปมาให้ได้มีประสบการณ์ร่วมภายในบูธ ประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นสะพานให้ผู้เข้าชมได้รู้จัก และสัมผัสตัวตนของแบรนด์ได้อย่างใกล้ชิด ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ และสร้างความรู้สึกซึ่งส่งผลต่อการตัดสินใจทางธุรกิจโดยตรง เช่น
- มีโชว์งานแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย หรือโชว์การทำงานฝีมือแบบสด ๆ จะเป็นแม่เหล็กชั้นดีที่ทำให้ผู้เข้าชมหยุดดูด ถ่ายรูปและเข้ามาสอบถามข้อมูลกับแบรนด์ได้ง่ายขึ้น
- ให้ลูกค้าสัมผัสถึงคุณภาพผ่านการชิม หรือการเสิร์ฟเครื่องดื่ม Welcome Drink ที่มีส่วนผสมของวัตถุดิบไทยในแก้วดีไซน์เก๋ รวมถึงการใช้กลิ่นหอมสมุนไพรไทยอ่อน ๆ จะช่วยดึงดูดคนให้เข้าบูธได้โดยไม่รู้ตัว
- มี Digital Screen หรือ Interactive Screen ร่วมกับแสงสีเสียง ในการโชว์กรรมวิธีการผลิต แหล่งที่มา วัตถุดิบ หรือชุมชน ผสมกับการเล่าเรื่องผ่านเทคโนโลยี เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว
การสื่อสารความเป็นไทยอย่างมีชั้นเชิงในการออกแบบบูธ เป็นมากกว่าการสร้างความโดดเด่นด้านภาพลักษณ์ แต่คือกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวสินค้า และสร้างจุดต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดโลก ซึ่งการผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความร่วมสมัยจะช่วยเปิดบทสนทนากับ Buyer ได้อย่างเป็นธรรมชาติและน่าประทับใจยิ่งขึ้น
สุดท้ายแล้ว การออกแบบบูธที่ดีไม่ใช่แค่การสื่อสารว่าเราเป็นใคร แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าทำไมสินค้าไทยถึงควรอยู่ในใจของ Buyer ทั่วโลก การเปลี่ยนอัตลักษณ์แบบไทย ๆ ให้กลายเป็นจุดขายที่จับต้องได้นี้ คือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จและการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ บนเวทีโลกที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิม
สนใจบริการออกแบบบูธแสดงสินค้าหรือบูธนิทศรรการ
ติดต่อเราได้ที่ https://linktr.ee/dottamp