
“ออกแบบบูธให้โดนใจ Gen Z ด้วยเทรนด์ Sustainability”
เจาะเทรนด์ Sustainability ที่แบรนด์ยุคใหม่ต้องรู้ พร้อมแนวทางออกแบบบูธแสดงสินค้าให้โดดเด่น ดึงดูดใจ Gen Z ด้วยบูธรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สื่อสารตัวตนแบรนด์ได้อย่างมีความหมายและน่าจดจำ
เมื่อ “Sustainability” หรือ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการจากแบรนด์ต่าง ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่เติบโตมาในยุคที่โลกเผชิญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย ตั้งแต่ภาวะโลกร้อน มลพิษทางอากาศ PM2.5 ไมโครพลาสติก ไปจนถึงวิกฤตขยะล้นโลก
นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว กลุ่มคน Gen Z กำลังก้าวขึ้นมาเป็นกำลังซื้อหลักของแบรนด์ในอนาคต ทำให้แบรนด์ไม่เพียงต้องปรับตัวด้านความยั่งยืน แต่ยังต้องเข้าใจอินไซต์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ให้คุณค่ากับแบรนด์ที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อโลกอย่างแท้จริง
Gen Z ให้ความสำคัญกับ Sustainability มากกว่าเจเนอเรชันก่อน ๆ
- ข้อมูลจาก Global Web Index ระบุว่ากว่า 73% ของ Gen Z พร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่จริงใจและให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม
- ผลสำรวจของ Deloitte ชี้ว่า 64% ของ Gen Z พร้อมจ่ายเพิ่มเพื่อสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและยั่งยืน
ดังนั้นการรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนจึงกลายเป็นสิ่งที่ Gen Z ให้คุณค่า และพร้อมสนับสนุนแบรนด์ที่มีวิสัยทัศน์และตั้งใจสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับสังคมและโลก ไม่ใช่เพียงเพื่อภาพลักษณ์ แต่เพราะเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนและจุดยืนของแบรนด์ในการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืน
การออกแบบบูธที่ให้ความสำคัญกับ Sustainability ครองใจ Gen Z ได้ยังไง?
ในยุคที่ประสบการณ์จากแบรนด์สำคัญไม่แพ้ตัวสินค้า บูธจึงกลายมาเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและวิสัยทัศน์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน ซึ่งการออกแบบบูธที่ยั่งยืน สื่อสารความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อผู้คน สังคม หรือสิ่งแวดล้อม จึงสามารถเข้าถึงหัวใจของ Gen Z ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะนี่คือกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการเลือกสิ่งที่ดีต่อตัวเอง และดีต่อโลกไปพร้อมกัน
บูธที่ออกแบบโดยคำนึงถึง Sustainability จึงควรสะท้อนแนวคิดการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ เช่น
- เลือกใช้วัสดุที่นำกลับมาใช้ซ้ำได้ เพื่อยืดอายุการใช้งาน ลดการสร้างขยะหลังจบงาน
- ออกแบบโครงสร้างให้ประกอบและถอดได้ง่าย รองรับการนำไปใช้ในงานต่อ ๆ ไป
- ใช้ระบบไฟประหยัดพลังงาน หรือปรับแสงให้เหมาะกับพื้นที่เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
- เล่าเรื่อง Sustainability ผ่านดีไซน์ เช่น การโชว์ให้เห็นพื้นผิวธรรมชาติของวัสดุ หรือมีป้ายข้อมูลอธิบายที่มาของวัสดุอย่างโปร่งใส
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์สีเขียว แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่จริงใจและมีความหมาย ซึ่งตรงกับคุณค่าที่ Gen Z ให้ความสำคัญ และยังช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว
แนวทางการออกแบบบูธ Sustainability หรือบูธเพื่อสิ่งแวดล้อม
1. เริ่มต้นการวางแผนด้วยแนวคิด Eco-first
เริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบบูธ ตั้งแต่วัสดุ โครงสร้าง ไปจนถึงประสบการณ์ของผู้เข้าชม ด้วยแนวคิดที่ให้ทุกองค์ประกอบของบูธ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไปแปรรูปเป็นของใช้อย่างอื่นได้หลังจบงาน
2. เลือกใช้วัสดุรีไซเคิลและใช้ซ้ำได้
หลีกเลี่ยงการใช้วัสดุแบบใช้แล้วทิ้ง (Single-use) อย่างไวนิล แล้วหันมาใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติรีไซเคิลหรือใช้ซ้ำได้ เช่น
- เลือกใช้โครงสร้างที่ทำจากเหล็กหรืออลูมิเนียม ซึ่งสามารถนำมาใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลได้ง่าย
- ใช้ไม้อัด OSB Board ที่ผลิตจากเศษไม้เพื่อลดการตัดไม้ใหม่ และลดพลังงานในการผลิต
- เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิล เช่น ชุดโต๊ะเก้าอี้จากกล่องนมรีไซเคิล หรือพลาสติกรีไซเคิล
- เลือกใช้ผ้าพรินต์ แทนไวนิลหรืออิงค์เจ็ท เพราะสามารถนำไปเข้ากระบวนการรีไซเคิล หรืออัปไซเคิลได้ง่ายกว่า และหลังจบงานสามารถนำผ้าไปตัดเป็นกระเป๋าผ้า พวงกุญแจ หรือของที่ระลึกได้
3. ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและลดปริมาณขยะ
ความยั่งยืนไม่ได้มีแค่เรื่องวัสดุ แต่ยังรวมถึงวิธีการใช้พลังงานและการจัดการขยะภายในบูธด้วย นอกจากช่วยลด Carbon Footprint แล้วยังสะท้อนความใส่ใจในรายละเอียดของแบรนด์ เช่น
- เลือกใช้หลอดไฟ LED ที่ช่วยประหยัดพลังงาน ซึ่งให้ความสว่างเพียงพอแต่ใช้พลังงานน้อยกว่า และมีความร้อนสะสมต่ำกว่าหลอดไฟประเภทอื่น
- ลดการพิมพ์เอกสาร โบรชัวร์ หรือนามบัตรจำนวนมาก หันมาใช้ Digital Display จอ TV หรือ QR Code แทนการใช้กระดาษ
- จัดการวัสดุเหลือใช้หลังจบงานและกำจัดอย่างถูกวิธี ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรได้อย่างยั่งยืน
4. การชดเชยคาร์บอน (Carbon Offset)
ยกระดับความยั่งยืนของบูธไปอีกขั้น ด้วยการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) เพื่อให้เห็นภาพรวมของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกขั้นตอนของการออกบูธ ทำให้สามารถวางแผนการลดหรือชดเชยคาร์บอนผ่านโครงการที่ได้รับการรับรองได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากสะท้อนความใส่ใจและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของแบรนด์แล้ว ยังเป็นการช่วยสนับสนุนโครงการด้านสิ่งแวดล้อม และสร้างโอกาสให้กับชุมชนท้องถิ่นไปพร้อมกัน
อยากออกแบบบูธ Sustainability? Dottamp ช่วยได้!
เราคือผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบและก่อสร้างบูธนิทรรศการที่ครบวงจร ด้วยทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ เรายึดมั่นในหลักการ Sustainability ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
การันตีความมุ่งมั่นของเราด้วยมาตรฐาน Thailand Sustainable Event Management Standard (TSEMS) ระดับ 3 Leading
เพียงร่วมงานกับเรา ในทุก ๆ 1 ตารางเมตรของบูธที่สร้างขึ้น จะชดเชยปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยสู่โลกเทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 1 ต้น เพื่อส่งเสริมการช่วยดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์และฟื้นฟูสิ่งแวดลอม พร้อมทั้งสนับสนุนและเชื่อมโยงผู้คนไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืน
ติดต่อเรา
https://linktr.ee/dottamp